• ศุกร์. ก.ย. 24th, 2021

sandifordhomes

แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง

8 ที่ชมทะเลหมอก กับจุดเช็คอินใกล้กรุง

  • Home
  • 8 ที่ชมทะเลหมอก กับจุดเช็คอินใกล้กรุง

8 ที่ชมทะเลหมอก ไม่ต้องเดินทางไกลหลายชั่วโมง ก็เที่ยวและสัมผัสทะเลหมอกได้ ที่ไหนบ้าง

8 ที่ชมทะเลหมอ ใกล้หน้าหนาวขึ้นมาทุกที หลายคนรอคอยที่จะได้ไปเที่ยวพักผ่อน สัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น กับจุดชมทะเลหมอกสวย ๆ แต่ไม่ต้องเดินทางไปไกล ถึงภาคเหนือสุดแดนสยาม ก็มีทะเลหมอกให้ได้ชมความสวยงาม ได้อินฟินไปกับบรรยากาศที่สุดแสนจะธรรมชาติ สูดอากาศให้เต็มปอด เติมพลังให้กับชีวิตกัน

ได้เวลาแล้วกับการหยุดพักผ่อน ที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งปี ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีที่ไหน น่าสนใจ จะได้พาครอบครัว นัดแฟน นัดเพื่อน ๆ ไปนั่งดริ๊ง เปลี่ยนบรรยากาศจากเมืองกรุง กันบ้างถ้าพร้อมแล้วตามมาจ้า…

8 ที่ชมทะเลหมอก

จุดเช็คอินใกล้กรุงเทพฯ มีที่ไหนบ้าง

1.Thewada Peak | ยอดเขาเทวดา, จ.สุพรรณบุรี

เป็นจุดที่สูงที่สุดของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติพุเตย ตัวเทือกเขาสลับซับซ้อนและมีความลาดชันมาก อีกทั้งยังเป็นชายป่าผืนสุดท้ายของป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งที่นี่เหมาะกับคนที่หลงใหลในการเดินชมธรรมชาติ ป่า เขา น้ำตก ไฮไลท์สำคัญของการมาที่นี่คือ การเดินเท้าขึ้นไปชมแสงแรกของวัน บนยอดเขาเทวดาพร้อมทะเลหมอก และทิวเขาไกลสุดลูกหูลูกตา ยิ่งใครมาช่วงหน้าหนาวรับรองว่าฟินสุด ๆ กางเต้นท์นอนดูดาว ผิงไฟคลายหนาว ถึงแม้ว่าการเดินทางขึ้นยอดเขาเทวดานั้น จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงก็ตาม แต่รับรองว่า… ขึ้นมาแล้วไม่มีผิดหวังอย่างแน่นอน

อุทยานแห่งชาติพุเตย ต.วังยาว อ.ด่านช้าง เปิดบริการทุกวัน แต่ควรไปให้ถึงจุดกางเต้นท์ก่อน 17.00น. เพราะทางเข้าเป็นทางลูกรังและขึ้นเขา หากมืดจะทำให้เดินทางลำบากและเกิดอันตรายได้ ค่าเต้นท์ 250.-/เต้นท์ (รวมถุงนอนและหมอนให้) , หากนำเต้นท์มาเองจะคิดเป็นรายหัวละ 30.-/คน ต่อคืน เข้าอุทยานค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10บาท ชาวต่างชาติ 100บาท, นำรถขึ้นมาเองค่าจอด 30.-/คัน หากไม่มีรถต้องใช้บริการจากเจ้าหน้าที่อุทยาน 2,000.-/คัน รวมไป-กลับ โทร.035 960 240, 081 934 2240

2. Pha Keb Tawan | ผาเก็บตะวัน, จ.นครราชสีมา

ซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติทับลาน สถานที่ยอดฮิตในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากคนส่วนใหญ่นิยมมากางเต้นท์ เพื่อรอชมทะเลหมอกในยามเช้า และสัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์ พร้อมชมแสงแรก และแสงสุดท้ายของวัน ที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร นอกจากการมาชมทะเลหมอกแล้วนั้น ที่ผาเก็บตะวัน ยังมีกิจกรรมปลูกป่าเก๋ ๆ ด้วยการยิงเมล็ดพันธ์พืช ด้วยหนังสติ๊ก มีทั้งเมล็ดมะค่าโมง เมล็ดลาน ให้เข้าไปตกในป่า แถมทางอุทยานยังมีบริเวณกางเต้นท์ ไว้คอยบริการอีกด้วย ใครที่อยากมาเที่ยว สัมผัสธรรมชาติ สูดโอโซนที่สุดแสนจะบริสุทธิ์ โล่งปอด และยังได้สัมผัสกับอากาศหนาว พร้อมกับทะเลหมอก แวะมาที่ผาเก็บตะวัน รับรองฟินสุด ๆ

ที่ตั้งบ้านสุขสมบูรณ์ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว เปิดบริการเวลา 06.00-18.00น. ค่าเข้าอุทยาน 20.-/คน เช่าจักยานยนตร์ 30.-/คัน ,กรณีกางเต้นท์ 405.- (พร้อมอุปกรณ์) นอนได้ 3คน หากไม่มีอุปกรณ์ 255.- โทร.037 210 340, 080 975 8997

3.Khun Dan Prakan Chon Dam | เขื่อนขุนด่าานปราการชล, จ.นครนายก 

ที่นี่เป็นจุดเช็คอินที่อยู่ใกล้กรุงเทพมาก อีกหนึ่งแห่งที่มีบรรยากาศที่เขียวชอุ่ม ที่ล่ำลือกันว่าสวยงามราววกับเป็นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย แถมยังมีหุบเขาแอบซ่อนอยู่หลังเขื่อน อย่าง น้ำตกเขาช่องลม ชมความเขียวขจีของธรรมชาติ สลับกับโขดหินที่ลึกเข้าไป หากเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว หรือช่วงที่ฝนพึ่งหยุดตกใหม่ ๆ ก็จะได้เจอกับหมอกขาว ที่ปกคลุมทั่วไปทั้งเขา เรียกได้ว่าสวยงามเกินคำบรรยายจริง ๆ ขอบอกใครที่ยังไม่เคยมา ต้องมาลองสัมผัสดูสักครั้งนะคะ

ที่ตั้ง ม.2 บ้านท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมือง เปิดทำการเวลา 08.00-18.00น. เข้าชมได้ฟรี โทร.037 384 192

4.Nern Chang Suek | เนินช้างศึก, จ.กาญจนบุรี

เนินช้างศึกหรือที่เรียกกันว่า ยอดดอยปิล็อก เป็นจุดชมวิวบนยอดเขาในเขตพรมแดน ไทย-พม่า อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศา ฝั่งไทยจะเห็นจุดชมวิวเนินเสาธง และหมู่บ้านอีต่องที่อยู่หุบเขาด้านล่าง ส่วนฝั่งพม่าจะเห็นเทือกเขา และแนวป่าเขาที่สลับซับซ้อน ชมทะเลหมอกที่ปกคลุมยอดเขา ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ที่เรียกว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองกาญจน์

อยู่ที่บ้านอีต่อง ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ เวลาเปิด 05.30-18.30น. เข้าชมฟรีค่ะ โทร.034 599 118, 034 540 524

8 ที่ชมทะเลหมอก ไปล่าหมอกด้วยตัวเองสักครั้งจะดีไหม

8 ที่ชมทะเลหมอก

5.Phu Kho View Point | จุดชมวิวภูค้อ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว, จ.เพชรบูรณ์

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวเป็นอีกหนึ่งที่ มีจุดชมวิวทะเลหมอก ที่ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติที่เขียวขจี ผู้ที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็น พระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอกที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว โดยสามารถมองเห็นภูกระดึง และผาจิตที่อยู่ข้างหน้าได้ ทางอุทยานยังมีกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติ แถมยังมีโอกาศพบนกชนิดต่าง ๆ เรียกว่ามาครบจบในที่เดียว ใกล้ชิดธรรมชาติสุด ๆ ไปเลย

ไปที่ ถ.ชุมแพ-หล่มสัก ต.น้ำหนาว เวลาทำการ 6.00-18.00น. อัตราค่าเข้าอุทยาน คนไทย ผู้ใหญ่ 20.- เด็ก 10.- /ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200.- เด็ก 100.- โทร.056 729 002, 061 042 8234

6.Khao Takhian Ngo | เขาตะเคียนโง๊ะ, จ.เพชรบูรณ์

อีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลหมอกแบบรอบทิศ 360 องศาพร้อมรับชมแสงแรกของวัน เรียกว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งบนเขาค้อ ที่สำคัญเขาเขาตะเคียนโง๊ะยังสามารถเห็นเขาปู่ เขาย่า ที่มีรูปร่างคล้ายภูเขาไฟฟูจิ รวมไปถึงพื้นป่าเขาค้อ ที่ซ้อนตัวอยู่กลางทะเลหมอก ยิ่งมาช่วงปลายฝนต้นหนาว จะมีหมอกและแสงสวย ๆ มาให้ได้เห็นเกือบทุกวัน ทำให้ได้ดูทั้งทะเลหมอกและแสงสีที่สวยงาม ซึ่งเป็นความลงตัวที่สุดอีกอย่างหนึ่ง หากใครอยากมากางเต้นท์นอนฟิน ๆ ก็ได้ที่นี่เลยค่ะ มีเต้นท์ให้เช่าหรือว่าใครที่เตรียมมาเองก็สามารถกางเต้นท์กันได้เลย ใครที่มาถึงเขาค้อทั้งทีไม่ควรพลาด ที่นี่ต้องมาสัมผัสภาพทะเลหมอกอันงดงาม ที่ต้องมาเห็นได้ด้วยตาตัวเองแล้วคุณจะหลงรัก

กางเต้นท์ได้ที่ ม.6 ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ ให้บริการทุกวัน มีค่าบำรุงสถานที่ 10.-/คน (กรณีไม่ได้นอนค้าง) , มีบริการเต้นท์ 450.- พักได้ 2-3 คน นำเต้นท์มาเองก็คิค่าพื้นที่ 100.-/คน โทร.087 075 2467, 098 746 3863, 063 995 9822

7.Phuthapboek | จุดชมวิวทะเลหมอกภูทับเบิก, เพชรบูรณ์

เป็นจุดชมวิวยอดนิยม เพราะเป็นจุดที่สูงที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ ขึ้นชื่อว่ามีทะเลหมอกที่สวยงามและอลังการ ที่งดงามติดอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย แถมมีอากาศที่เย็นสบายตลอดปี มีสายหมอกลอยคลอเคลียตามไหล่เขา ให้ได้ชมแทบทุกจุด ที่ชมทะเลหมอก ยิ่งช่วงเช้าจะเห็นหมอกสีขาวนวล ที่แทรกอยู่ท่ามกลางภูเขาและต้นไม้ได้อย่างชัดเจน นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

อยู่ ม.14 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า ให้บริการทุกวัน และเข้าชมฟรี โทร.056 747 532

8.Khao Krachom | เขากระโจม, ราชบุรี

ยอดเขาสูงที่เป็นภูเขาลูกโดด อุดมไปด้วยไม้ป่านา ๆ ชนิด พร้อมธรรมชาติสีเขียว อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี สามารถขึ้นไปเที่ยวชมเขากระโจมได้ตลอดทุกวัน ด้านบนจะมีลานกางเต้นท์และ ที่พักเป็นกระต๊อบเล็ก ๆ  ไว้รับรองสำหรับใครที่อยากพักค้างคืน หากต้องการไปช่วงที่มีทะเลหมอกหนา ๆ ที่ชมทะเลหมอก  แล้วละก็ขอแนะนำให้ไปในช่วง เดือนตุลาคม-มกราคม

เพราะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว มีโอกาศเห็นทะเลหมอกได้มากกว่าช่วงฤดูอื่น ๆ ส่วนการขึ้นไปที่เขากระโจม ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อขึ้นไปเท่านั้น เนื่องจากเส้นทางขึ้นเขากระโจมชัน และสมบุกสมบันมาก บางช่วงยังต้องลุยน้ำ ที่สูงเกือบครึ่งคันรถ สามารถเลือกใช้บริการรถขึ้นเขา ที่จอดอยู่บริเวณทางขึ้นได้ มาชมวิวเทือกเขาตะนาวศรี ทะเลหมอกจากทางฝั่งพม่า ที่สำคัญยังได้นอนนับดาว ที่มีอยู่เต็มท้องฟ้าน่าอิจฉาสุด ๆ

โลเคชั่น ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง ค่าผ่านทางขึ้นเขา รถยนต์ 20.-/คัน มีเวลาขึ้น 04.00-07.00น. /ลงในเวลา 07.00-09.00น. /ส่วนเวลาตั้งแต่ 09.00-19.00น. กำหนดให้รถยนต์ขึ้นและลงได้ตามปกติ และหลังจาก 19.00 จะไม่ให้มีการขึ้น-ลง ของรถยนต์

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม>>>Dafabet