• อังคาร. ต.ค. 27th, 2020

sandifordhomes

แค่เว็บเวิร์ดเพรสเว็บหนึ่ง

บ้านจ่าโบ่ สัมผัสบรรยากาศทะเลหมอกยามเช้า และนอนโฮมเสตย์ที่ราคา500บาทเท่านั้น

  • Home
  • บ้านจ่าโบ่ สัมผัสบรรยากาศทะเลหมอกยามเช้า และนอนโฮมเสตย์ที่ราคา500บาทเท่านั้น

บ้านจ่าโบ่  สัมผัสไอหนาว สายหมอกบนดอยสเตอร์

บ้านจ่าโบ่ หมู่บ้านชาวไทยภูเขาลาหู่ที่อาศัยอยู่ในอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมืองสามหมอกที่เรียกต่อ ๆ กันมาหลายสิบปี ที่ใคร ๆ ต่างหลงรักและอยากจะมาสัมผัส ครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยความงดงาม ของกลิ่นอายสายหมอก และวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาชนเผ่าต่าง ๆ ถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น  และอาหารขึ้นชื่อของชาวดอย อีกทั้งวิวทิวทัศน์ของภูเขา โดยรอบที่โอบอุ้มหมู่บ้านแห่งนี้ ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เพราะเป็นภูเขาสูง แม้กระทั่งในช่วงฤดูร้อน ยังได้สัมผัสอากาศที่เหนาวเย็น

การเดินทางมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น สามารถเดินทางมาจาก จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่อำเภอปาย เพราะบ้านจ่าโบ่อยู่ไม่ไกล จากแหล่งท่องเที่ยวหลัก ของอำเภอปาย หรือเดินทางโดยสายการบิน ซึ่งปัจจุบันมีบินตรงจากกรุงเทพ ฯ ถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถือเป็นทางเลือก ให้นักท่องเที่ยวที่ ต้องการความสะดวกสบาย หากใครที่ต้องการ พิชิตพันโค้งแนะนำ ให้เดินทางมาโดยรถทัวร์จะได้ความตื่นเต้นเร้าใจอีกแบบ ประวัติบ้านจ่าโบ่

ที่มาของชื่อบ้านจ่าโบ่ คือ ชื่อของอดีตผู้นำชาวลาหู่ ที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่หมู่บ้านนี้ ในอำเภอปางมะผ้า ยังคงมีวิถีชีวิตดั้งเดิม ของคนบนดอย เป็นไปอย่างเรียบง่าย สงบร่มเย็น ชาวบ้านมีมิตรไมตรี ยิ้มแย้มแจ่มใส และลักษณะของหมู่บ้าน จะเป็นบ้านไม้ปลูกอยู่ติด ๆ กันทั้งหมู่บ้าน รอต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเยือน โดยมีบริการที่พักสำหรับ พักค้างแรมมีทั้งเรือน ไม้ไผ่และนอนกางเต็นท์ และมีถนนเล็ก ๆ ตัดผ่านเพื่อสัญจร  และนี่คือ เสน่ห์ของของที่นี่ ที่พักบ้านจ่าโบ่ pantip

อิ่มเอมมที่ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาและลิ้มรสชาติกาแฟจากร้านเด็กดอย

เมื่อเดินทางมาถึงบ้านจ่าโบ่ สัญลักษณ์ของที่นี่คือร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ที่มีวิวทิวทัศน์มองเห็นภูเขาเป็นทิวแถว นอกจากรสชาติก๋วยเตี๋ยวที่กลมกล่อม ยังได้นั่งห้อยขากินลม ชมเมฆหมอกลอยพาดผ่านเต็มท้องฟ้า ถ้าอากาศโปร่งโล่งสบาย จะเห็นสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าอย่างชัดเจน อิ่มตา อิ่มใจ อิ่มท้อง ไปพร้อม ๆ กัน หรือถ้าหากนั่งจนถึงยามเย็นจากตรงระเบียงร้านนี้อาจจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกดิน ถ้าอากาศปลอดโปร่งไร้เมฆบดบัง สิ่งที่ต้องระมัดระวังสำหรับคนที่กลัวความสูงอาจจะไม่เหมาะมานั่งห้อยขา ให้นั่งอยู่ภายในร้านจะดีกว่า

ถัดมาติดกันจะเป็นกาแฟชื่อว่าร้านกาแฟเด็กดอย ” บรรยากาศไม่แพ้กัน สามารถนั่งจิบกาแฟ มีทั้งเมนูร้อน เมนูเย็น และขนมหวาน ให้นั่งดื่มไปพร้อม ๆ กับชมวิวสวย ๆ เด่นเป็นสง่า แถมยังมีระเบียงยื่นออกมาให้ถ่ายภาพที่มีฉากหลังเป็นภูเขานับสิบลูก ให้คุณนั่งเพลิน ๆ ทั้งวันแบบไม่รู้จักเบื่อ บ้านจ่าโบ่ หน้าฝน ส่วนใกล้ ๆ กันนี้อีกแห่ง คือบ้านของชาวลาหู่

เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อของที่ระลึก ที่ชาวบ้านทำกันเอง เช่น เสื้อผ้าและเครื่องประดับของชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ ตัดเย็บอย่างประณีต ทั้งเสื้อคลุม ผ้าคลุมไหล่ หลากสีสัน หรือหากใครจะเช่าเสื้อผ้าเพื่อถ่ายภาพก็ได้ ราคาแล้วแต่ตกลงกัน ลองมาใส่ดูแล้วจะรู้ว่า หน้าตาเราจะเหมือนชาวลาหู่หรือไม่

บ้านจ่าโบ่  พักโฮมสเตย์ และนอนกางเต็นท์ที่ลานจ่าทอ

เมื่อมาถึงบ้านจ่าโบ่แล้ว นักท่องเที่ยวควรหาโอกาสมาพักโฮมสเตย์ที่นี่ รีวิว บ้านจ่าโบ่ ลี ไวน์ รักไทย แม่ฮ่องสอน  เพราะจะได้สัมผัสอากาศยามเช้าที่แสนสดชื่น และเรียนรู้ วิถีชีวิตของชาวบ้าน อย่างเช่น วัฒนธรรมความเป็นอยู่ รวมไปถึงวัฒนธรรมการกิน ที่สำคัญรับประทานอาหารพื้นถิ่นของชาวลาหู่ รสชาติอร่อย และโฮมสเตย์บ้านจ่าโบ่ มีให้เลือกหลายหลัง แต่ละหลังมีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่มากนัก มีที่นอน หมอน มุ้ง

และหากใครที่ชื่นชอบการนอนเต็นท์ มีบริการเช่นกัน ที่ลานกางเต็นท์จ่าทอ ได้นอนดูดาว คลอเคล้าเสียงธรรมชาติ ส่วนค่าบริการที่พักโฮมสเตย์และเต็นท์ ต้องสอบถามจากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนบ้านจ่าโบ่ เพราะจะมีค่าบริการอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากที่พัก เช่น ค่านำเที่ยวและค่าทำกิจกรรมภายในหมู่บ้าน ขึ้นอยู่กับความต้องการของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก บ้านจ่าโบ่

ชมทะเลหมอก “ ภูผาหมอก ” 

การมาเยือนบ้านจ่าโบ่ ห้ามพลาดจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุด เพราะสามารถชมวิวได้แบบพาโนรามา ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 และเดินขึ้นมาบนภูผาหมอก ต้องมีชาวบ้านนำทางมา เพราะถ้ามาเองอาจจะหลงทางได้ แต่จะมีค่านำทางเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถบอกให้เจ้าของบ้านที่เข้าพัก ว่าต้องการไปชมทะเลหมอกที่ภูผาหมอกด้วยในตอนเช้า เพื่อที่จะได้นัดกับผู้ที่นำทางไป

สิ่งที่ต้องตะลึงในยามเช้านี้คือ ทะเลหมอกที่อัดแน่นด้วยสีขาวตระการตาลอยปกคลุมภูเขาที่อยู่เบื้องหน้า และอีกไม่นานพระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่มาออกมาสาดแสงเจิดจรัส ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพกันจนเป็นที่พอใจ จึงจะสว่างไสวและทยอยลงกันกลับที่พักเพื่อรับประทานอาหารเช้า ที่ชาวลาหู่ได้จัดเตรียมไว้ 

เที่ยวถ้ำผีแมน

ถ้ำผีแมน เป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้กับบ้านจ่าโบ่ ในเขตอำเภอปางมะผ้าเช่นกัน ด้วยชื่อเสียงของอำเภอนี้ ที่ขึ้นชื่อว่า มีถ้ำอยู่มากมาย แต่ละถ้ำมีความงดงามแตกต่างกันไป แต่สำหรับถ้ำผีแมนนั้น ถือเป็นถ้ำโบราณที่โดดเด่นเรื่องภาพเขียนสีโบราณอยู่ตามผนังของถ้ำ ลักษณะภายในถ้ำเป็นหินปูน มีหินงอก หินย้อยสวยงามแปลกตา ซึ่งสันนิษฐานว่าในอดีตอาจจะเป็นที่อาศัยของผีแมน ภายในถ้ำพบว่ามีโลงศพผีแมน

ลักษณะเป็นท่อนไม้ส่วนกลางขุดเป็นร่องคล้ายเรือ มีอยู่หลายโลงและหลายขนาด แต่ละโลงถูกวางอยู่บนคานเสา นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุประมาณ 2,000 มาแล้ว การเดินทางมายังถ้ำมาตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1095 ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 144-145 ห่างจาก โรงพยาบาลปางมะผ้า ไปทางตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ประมาณ 600 เมตร

ถนนค่อนข้างแคบต้องสังเกตป้ายบอกทางให้จอดรถไว้ที่โรงพยาบาล และเดินไปดีกว่าเพื่อความปลอดภัย เดินขึ้นเนินไปอีกประมาณ 300 เมตร จึงจะถึงถ้ำ สำหรับการได้มาท่องเที่ยวบ้านจ่าโบ่ถือเป็นกำไรชีวิต เพราะนอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติของป่าเขา แล้ว บ้านจ่าโบ่ ไม่มีรถ ทำให้เข้าใจวิถีชีชีวิตและวัฒนธรรมน่าหวงแหน ที่สำคัญคือ การจัดการท่องเที่ยวที่น่ายึดถือเป็นต้นแบบ

เพราะคนชุมชนให้ความร่วมมือมีการอนุรักษ์ธรรมชาติ และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ของชาวลาหู่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มูเซอดำ มีลักษณะบุคลิก และการแต่งกายที่น่าเกรงขาม แต่แท้จริงแล้ว คนที่นี่ร่าเริงสนุกสนาน อัธยาศัยไมตรีดี และมีวัฒนธรรมชนเผ่าที่ยังคงรักษาไว้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งตั้งอยู่ในแหล่งโบราณคดีเกี่ยวกับถ้ำ

ชุมชนนี้จึงขึ้นชื่อได้ว่า เป็นชุมชนท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งและสามารถให้ลูกหลานได้สืบทอดต่อไป และมีรายได้จากการต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยการให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างแรมให้มานอนที่บ้านพักของชุมชน ถือเป็นการสร้างรายได้อีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์ ลองมาพักค้างคืนบ้านจ่าโบ่ สัก 1 คืน แล้วจะพบว่าน่าอยู่ขนาดไหนบนดอยสเตอร์แห่งนี้

การเดินทางมาบ้านจ่าโบ

โดยเริ่มจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ใช้เส้นทาง 1095 อำเภอปาย ผ่านถ้ำปลาและจุดชมวิวปางมะผ้า จนถึงด่านตรวจบริเวณแยกบ้านแม่ละนา เลี้ยวซ้ายไปอีก 4 เมตรจะเห็นหมู่บ้านจ่าโบ ตั้งอยู่ริมถนนเส้นนี้ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงหรือหากเดินทางมาจากอำเภอปาย ให้ใช้เส้นทาง 1095 เช่นกัน มาทางแม่ฮ่องสอน ผ่านจุดชมวิวกิ่วลมุ่งสู่อำเภอปางมะผ้า ผ่านสถานีทดลองข้าวและขึ้นดอยมาอีกหน่อยจะพบทางแยก บ้านแม่ละนา เลี้ยวไปตามถนนอีก 4 กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ 

 สามารถสอบถามรายละเอียดที่พักและค่าบริการนำทางต่าง ๆ ได้ที่

FB :  CBT BAAN JABO การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชนบ้านจ่าโบ่  เบอร์โทรศัพท์ : 099 894 6654